0

Green Tea Extract May be Toxic to the Liver

green-tea-extract-01-1200x560

ชาเขียวกับผลเสียต่อตับ

“ชาเขียว” เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการผลิตชาเขียวในรูปแบบของเครื่องดื่มสำเร็จรูปกันอย่างแพร่หลายทำให้สะดวกต่อการบริโภค Continue reading

0

EAT IT NOW Chilli: มากิน “พริก” กันเถอะ

For the English version, please click Here

chillies

หิวน้อยลง อยากอาหารลดลง ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ช่วยให้ระบบการหายใจสะดวกยิ่งขึ้น ลดคอเลสเตอรอล เพิ่มภูมิต้านทาน และต้านเซลล์มะเร็ง ทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ที่ได้จาก “พริก” ซึ่งมีสารตัวสำคัญที่เรียกว่า ‘แคปไซซิน’ สารแคปไซซิน เป็นสารที่ให้ความเผ็ดนั่นเอง พบมากในใยบริเวณเยื่อแกนกลางสีขาว(คือส่วนเผ็ดมากที่สุด) ส่วนเปลือกและเมล็ดนั้นจะมีสารนี้น้อย ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่าส่วนเมล็ดและเปลือกคือส่วนที่เผ็ดที่สุด ความเผ็ดของพริกนี่เอง เป็นตัวที่ช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย จึงช่วยในการเผาผลาญ และลดความอยากอาหาร ซึ่งมีประโยชน์ของผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

ในการบรรเทาอาการไข้หวัดและไซนัสนั้น แคปไซซินจะไปขยายช่องจมูกให้ใหญ่ขึ้น ทำให้เสมหะที่ข้นเหนียวจือจางลง ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง ขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น จะเห็นได้จากเมื่อเรากินพริกเผ็ดๆ น้ำตา น้ำมูกจะไหลออกมา

พริก…ช่วยลดปริมาณสารคอเลสเตอรอล โดยสารแคปไซซิน ช่วยป้องกันมิให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มากขึ้น เป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค

นอกจากนี้ พริกยังอุดมไปด้วย วิตามินซี และเบต้า-แคโรทีน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โดยการยับยั้งการสร้างไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และสามารถหยุดการแพร่กระจายของเซลล์เนื้อร้าย โดยการขัดขวางบทบาทของอนุมูลอิสระ (free radicals) ที่จะก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์จนเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด

แปลโดย คุณวิลาสินี บุดดา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention

 

0

มือใหม่ควรเริ่มด้วยการออกกำลังกายแบบหนักหรือเบาก่อนดี?

สำหรับผู้ฝึกใหม่ที่ยังไม่มีแนวทางในการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง คำถามที่มักพบคือ มือใหม่เพิ่งเริ่มคุมอาหาร จะออกกำลังกายนานแค่ไหน หนักเท่าไรต่อสัปดาห์ดี

จากการศึกษาของ สถาบัน Cooper สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำการศึกษา ผู้หญิงที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน หรือ หยุดมาไม่น้อยกว่า 6 เดือนโดยที่ค่าเฉลี่ย มวลกายอยู่ที่ 27-40 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักตัวเกิน ให้เข้ามารับคำแนะนำการควบคุมอาหารทั่วไป และ มอบหมายให้ออกกำลังกาย แบ่งตามกลุ่มได้ กลุ่มดังนี้

กลุ่ม 1 ออกกำลังกายหนัก200นาที/สัปดาห์

กลุ่ม 2 ออกกำลังกายหนัก150นาที/สัปดาห์

กลุ่ม 3 ที่ออกกำลังกายปานกลาง350นาที/สัปดาห์

กลุ่ม 4 ออกกำลังกายปานกลาง200นาที/สัปดาห์

โดยทั้ง4กลุ่มเริ่มออกกำลังกายจากความหนักปานกลาง 100 นาที/สัปดาห์ ก่อนแล้วจึงค่อยๆปรับความหนักและระยะเวลาให้สัมพันธ์กับที่ได้รับมอบหมาย โดยใช้การเดินบนลู่เดินในการออกกำลังกาย น้ำหนักตัวและ มวลกายจะถูกวัดเดือนที่ 6 และ 12 ของโปรแกรม

ผลการทดลองพบว่าใน 1 ปี นน.ตัวลดเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3 – 8.9 กก. ซึ่งพบว่าความหนักของการออกกำลังกายไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทางด้านการ ลดนน. แต่หากจำแนกทั้ง 4 กลุ่มโดยใช้ระยะเวลาการออกกำลังกายพบว่า หากแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม โดยที่กลุ่มที่ 1 นั้นมีระยะเวลาการออกกำลังกาย มากกว่าหรือเท่ากับ 200 นาทีรวม/สัปดาห์ และ กลุ่มที่มีระยะเวลาการออกกำลังกายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 150 นาทีรวม/สัปดาห์

พบว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายมากกว่าหรือเท่ากับ 200 นาทีรวม/สัปดาห์นั้นมีอัตราการลดนน.ที่มากกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกาย รวม150นาที/สัปดาห์(แม้ว่าอาจจะออกกำลังกายด้วยความหนักที่หนักกว่า) ดังนั้นผลการศึกษานี้จึงเสนอแนะได้ว่า สำหรับมือใหม่ที่เริ่มคุมอาหารและออกกำลังกาย ให้ตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายไว้ที่ อย่างน้อย 150-200นาที/สัปดาห์เป็นหลัก แล้วถึงวางเป้าหมายเรื่องความหนักของการออกกำลังกายเป็นปัจจัยเสริม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Planforfit

0

ประโยชน์ดีๆ จากแอสพารากัส

47 Dr. Dew = Nutrient = Eat it now Esparagus
แอสพารากัสหรือหน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารต่างๆ มากมาย เช่น

– วิตามินซี มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
– วิตามินอีและซีลีเนียม ที่อยู่ในยอดอ่อนช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี
– เบต้าแคโรทีน ที่จะเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอเพื่อสุขภาพที่ดีของดวงตา

แอสพารากัสยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุสังกะสี แมงกานีส และวิตามินบีโดยเฉพาะวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และโฟเลทที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ ในผู้หญิงตั้งครรภ์จึงควรทานแอสพารากัสให้มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดของเด็กในท้อง นอกจากนี้แอสพารากัสยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งจากกลูตาไธโอนที่อยู่ภายในอีกด้วย
แอสพารากัสสามารถนำมาใช้ทำอาหารได้หลายรูปแบบตั้งแต่สลัดจนถึงอาหารจานผัดต่างๆ ตัวอย่างเช่น

– เติมแอสพารากัสฝานในไข่เจียวหรือออมเล็ตในมื้ออาหารเช้า
– เพิ่มแอสพารากัสนึ่งไปกับ toast spread พร้อมกับ light cream cheese สำหรับเพิ่มโปรตีนแบบเร่งด่วน
เทคนิคการเลือก ควรเลือกแอสพารากัสที่มีสีเขียวเข้มและมีกลีบที่ส่วนยอดอัดกันแน่นๆ

ขอบคุณบทความแปลจากหมอดิว นายแพทย์ดนัย ธรรมาภิบาล
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention Australia February March 2015
0

ถอดรหัสผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

44 Dr. Dew = Nutrient =3 Tricky Health Claims

ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเติมวิตามินต่างๆ การเติมกรดไขมันโอเมก้า-3 หรือการเติมสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ จากงานวิจัยต่างๆ เราได้เลือกสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดมาวิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริงเพื่อที่ทำให้เราเลือกซื้อได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

อาหารอบ VS อาหารทอด

อาจจะดูเหมือนว่าอาหารอบต่างๆ จะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ชอบทานขนมต่างๆ ซึ่งอาหารอบมักจะอ้างถึงว่ามีไขมันที่น้อยกว่าอาหารทอด แต่จะต้องดูเพิ่มด้วยว่าผู้ผลิตได้มีการเติมน้ำตาล เกลือ หรือสารปรุงแต่งรสต่างๆ เพิ่มเข้าไปอีกหรือไม่ ฉะนั้นจึงควรเปรียบเทียบอาหารอบต่างๆ แล้วดูว่าอันไหนมีการเติมอะไรแทนที่ไขมันด้วยทุกครั้ง

อาหารที่เติมสารต้านอนุมูลอิสระ VS อาหารที่สดใหม่

สารต้านอนุมูลอิสระได้มีการถูกพูดถึงมากในปัจจุบันที่มีความสามารถในการป้องกันเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ พบได้ในทุกอย่างตั้งแต่ซีเรียลไปจนถึงน้ำผลไม้ ซึ่งความเป็นเป็นจริงแล้วถ้าเราทานผลไม้ 2 ส่วน ผัก 5 ส่วน และถั่ว 30 กรัมทุกวันก็เป็นการเติมสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายจากธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องทานอาหารที่มีการเติมสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเข้าไปเลย แต่ถ้าเลือกที่จะทานอาหารกลุ่มนี้ก็ให้เลือกซื้ออันที่ผลิตมาจากพืชมากกว่าที่ผลิตมาจากสารสังเคราะห์จะดีกว่า

อาหารออร์แกนิก VS อาหารทั่วไป

แม้ว่าอาหารออร์แกนิกจะปราศจากยาฆ่าแมลงและสารที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารออร์แกนิกจะมีคุณค่าทางอาหารที่มากกว่าหรือดีต่อสุขภาพมากกว่าอาหารปกติทั่วไป (ขนมปังกรอบออร์แกนิกยังไงก็ยังเป็นขนมปังกรอบอยู่ดี) เวลาเลือกซื้ออาหารออร์แกนิกจึงต้องดูว่าผลิตมาจากที่ไหนและดูว่าได้รับการรับรองจากองค์กรที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยหรือไม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention Australia February March 2015
แปลโดยหมอดิว นายแพทย์ดนัย ธรรมาภิบาล