6 วิธีบำบัดการรับรสของคุณ

mindful-eating-ejercicios.jpg

กลวิธีที่ 1: ทำความสะอาดต่อมรับรสของคุณเสียก่อน

ต่อมรับรสของคุณก็อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับการรับรสสักระยะหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะลองลดปริมาณอาหารแปรรูปลงทีละน้อยหรือจะหักดิบหยุดทุกอย่างในคราวเดียว

โจ โรบินสัน ผู้เขียนหนังสือการรับประทานอย่างถูกวิธี: ไขเคล็ดลับสู่สุขภาพที่ดีเยี่ยม ได้ให้ความเห็นในการปรับการรับรสไว้ว่า “ที่สำคัญคือคุณจะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของต่อมรับรสคุณในเวลาไม่กี่อาทิตย์หลังจากคุณงดรับประทานอาหารไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน และถัดจากนั้น คุณจะเริ่มรับรสธรรมชาติต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นรสเค็มจากโซเดียมในผัก ซึ่งคุณเองไม่เคยสัมผัสมันได้มาก่อนด้วยซ้ำ”

อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยปฏิวัติการรับรสของคุณ คือเริ่มรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ก่อนอย่างอื่น  เช่นเริ่มทานผักในจานก่อนจะเริ่มทานอาหารส่วนอื่น ซึ่งจะทำให้คุณเรียนรู้ที่จะรับรู้รสชาติที่อ่อนละมุนและรสสัมผัสที่เบาบางนี้ได้เป็นอย่างดี

กลวิธีที่ 2: ช้าลงนิด

คนส่วนใหญ่มักจะเลือกรับประทานอาหารแปรรูปเพราะมันไม่ต้องใช้เวลามากมายในการจัดเตรียม คุณแกล แวนซ์ ซีวิลเล่ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อสัมผัสของอาหารได้อ้างอิงงานวิจัยของเธอในปี 1960 และปี1970 ซึ่งงานวิจัยได้แสดงว่าเนื้อเสต๊กนั้นต้องการการบดเคี้ยวเฉลี่ย 25 ครั้งก่อนที่เราจะกลืน แต่คนส่วนใหญ่จะเคี้ยวเพียง 10-15 ครั้งเท่านั้น

ดังนั้นการจะสัมผัสถึงรสชาติของอาหารได้อย่างเต็มที คุณต้องเคี้ยวอย่างช้าๆ และตั้งใจ ซึ่งการเคี้ยวอย่างละเอียดจะช่วยลดภาระของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นอีกด้วย

กลวิธีที่ 3: ลองสิ่งใหม่ๆ

หากคุณต้องการจะให้ต่อมรับรสของคุณได้เรียนรู้การรับรสชาติใหม่ๆ นอกจากรสหวานและรสเค็ม คุณจำเป็นต้องลองผสมอาหารจากรสชาติอื่นที่แตกต่างอย่างชัดเจนไปในทุกมื้ออาหารของคุณ เช่น รสเปรี้ยว ( ผลไม้ตระกูลมะนาว, กะหล่ำปรีดอง ), รสขม ( ขมิ้น, ช็อกโกแลต) และรสกลมกล่อม, รสมัน, รสเนื้อ ซึ่งสามารถพบได้ในอาหารจำพวกเห็ด, มะเขือเทศ และเนื้อ

เชฟ รีเบคก้า  แคทซ์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า  “ อาหารแปรรูปทั้งหลายนั้นจะทำให้ต่อมรับรสของคุณชา  การเลือกรับประทานอาหารโดยไม่ปรุงแต่งรสใดๆ ช่วยทำให้ต่อมรับรสของคุณไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป ” เชฟ รีเบคก้ายังให้คำช่วยจำในการเลือกรับประทานอาหารเอาไว้ นั่นคือ FASS ซึ่งย่อมาจาก F= Fats จงอย่าลืมที่จะเติมไขมันดีให้กับมื้ออาหารของคุณ, A = Acids กรดหรือรสเปรี้ยวนิดหน่อยต่อมื้อ จะทำให้ต่อมรับรสของคุณทำงานได้ดีขึ้น, S = Salt เกลือเล็กน้อยจะช่วยกระตุ้นการรับรสได้ ปิดท้ายด้วย S = Sweet การเติมรสหวานในมื้ออาหารช่วยให้การสัมผัสรสของคุณรู้สึกเต็มครบถ้วนได้

กลวิธีที่ 4: สร้างสายสัมพันธ์เชิงบวก

คุณยังจดจำการรวมตัวแสนฮาเฮกับเพื่อนบ้านใหม่หรือครั้งแรกที่คุณลองชิมดิปมะเขือม่วงสไตล์เลบานิสได้ไหม? สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความทรงจำแสนสุขมักจะมีจุดเชื่อมโยงกับเรื่องอาหารแปลกใหม่ ซึ่งนำพาคุณไปสู่การเรียนรู้รสชาติใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น  ( แม้รสชาติใหม่นั้นมันจะเป็นมะเขือม่วงก็เถอะ)

“ อันที่จริง มนุษย์ทุกคนถูกสอนให้ชอบอาหารต่างๆ ผ่านทางการสร้างสายสัมพันธ์ในสังคมเชิงบวก “ เทรย์วี่ แมนน์ จิตแพทย์ และผู้เขียนหนังสือ ความลับจากห้องทดลองอาหาร: วิทยาศาสตร์กับการลดน้ำหนัก, ตำนานว่าด้วยวินัยและความมุ่งมั่น และ ทำไมคุณถึงไม่ควรคุมอาหารอีกต่อไป ได้ให้ความเห็นไว้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความทรงจำเกี่ยวถั่วลันเตาต้มสุกจนเละในอาหารกลางวันที่โรงเรียนได้ ไม่ได้หมายความว่าปุ่มรับรสในปากคุณจะฝังใจจนปฏิเสธถั่วลันเตาแกะเปลือกสดใหม่แสนน่าทานจากตลาดนัดชาวนาใกล้บ้านได้หรอกนะ

กลวิธีที่ 5: ใช้สมองนำทาง

แพทย์หญิงแมนน์ได้กล่าวไว้ว่า “ การตั้งตารออาหารรสเลิศของคุณนั้นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณพึงพอใจอย่างแท้จริง ” ดังนั้นจงยอมให้ตัวคุณเองได้มีโอกาสกระตุ้นประสาทสัมผัสรสชาติจากการรอคอยเมนูโปรดบ้าง โดยเฉพาะอาหารจานโปรดของคุณที่คุณอดใจรอแทบไม่ไหว นับเป็นการกระตุ้นการรับรสชาติที่ดีวิธีหนึ่ง

แต่หากกลายเป็นว่าคุณต้องรอคอย เพื่อพบกับอาหารที่คุณไม่ชอบล่ะ? ลองเปลี่ยนเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้าเสียใหม่ ด้วยการบรรจุข้อมูลดีๆเกี่ยวกับอาหารชนิดนั้นลงไปในหัวของคุณ เช่นคุณประโยชน์อันมากมายของมัน, รูป, รส หรืออุณหภูมิของมัน วิธีนี้อาจทำให้คุณก้าวข้ามความไม่ชอบอาหารชนิดนั้นและลงมือรับประทานมันได้ในที่สุด

กลวิธีที่ 6: ลอง และลอง และลอง

มีงานวินัยชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่า การทานอาหารชนิดในชนิดหนึ่งซ้ำๆ จะทำให้คุณชอบมันมากขึ้นได้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลสนับสนุนให้คุณอย่าพึ่งล้มเลิกความพยายามที่จะเสริฟผักโขมในมื้อเย็นของเด็กๆ บ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้ หรือแม้แต่ใช้วิธีนี้กับตัวคุณเองด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ แพทย์หญิง แมนน์ได้เสริมว่า “ หากคุณทานอาหารชนิดหนึ่งบ่อยๆ หรือ รับประทานมันในมื้ออาหารแสนสุขของคุณ ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นที่คุณจะชอบรับประทานสิ่งนั้นได้ในที่สุด โดยเฉพาะอาหารที่มีรสขม คุณอาจจะต้องรับประทานมันซ้ำๆ มากกว่า 20 ครั้งกว่าที่คุณจะชอบมันได้ ”

หรือคุณอาจจะลองหาวิธีปรุงให้หลากหลาย เพื่อให้รสชาติของสิ่งที่คุณไม่ชอบนั้นรสชาติดีขึ้น อย่างเช่น หากคุณเริ่มรู้สึกรับได้กับหัวผักกาดย่าง ก็ไม่เสียหายที่ครั้งถัดไปคุณจะลองเปลี่ยนเป็นใส่หัวผักกาดลงในจานสลัดดู นี่อาจทำให้คุณค้นพบวิธีใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณรับประทานสิ่งที่ไม่ชอบได้มากขึ้นก็เป็นได้

ขอขอบคุณข้อมูล นิตยสาร Experience Life

ขอขอบคุณผู้แปล คุณอารีรักษ์ ฤดีสถิต

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s