สร้างปาฏิหาริย์ด้านสุขภาพของคุณด้วยสองมือ


ปัจจุบันแพทย์สมัยใหม่หลายท่านได้มีการศึกษาติดตามผลของสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิต ว่าส่งผลอย่างไรต่อกระบวนการการทำงานของร่างกาย ในขณะที่การวางแผนการรักษาต่างๆ ก็จะมีความเฉพาะตัวกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น วันนี้จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเด็ดที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นกระบวนการการซ่อมแซมร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลองวิธีการงดรับประทานอาหารกลุ่มเสี่ยง

เบตเต้ บิชอป แพทย์แผนปัจจุบันและผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์ทางเลือกแห่งเมืองทุลซ่า รัฐโอกลาโฮม่า ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แบบบูรณาการและศาสตร์การรักษาทางเลือกอื่นๆ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการงดรับประทานอาหารกลุ่มเสี่ยงอย่างครอบคลุมเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการช่วยขจัดปัญหาการพบเจออาหารที่อาจสร้างการระคายเคืองต่อร่างกายได้ เช่น กลูเตน, ผลิตภัณฑ์นม, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, ถั่วต่างๆ และน้ำตาล  และที่สำคัญ วิธีการงดรับประทานอาหารกลุ่มเสี่ยงนี้เป็นวิธีการป้องกันความเจ็บป่วยที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย  

ลองรับประทานอาหารจำพวกพืชผักที่หลากหลาย

    นายแพทย์โทมัส ซอลท์ แพทย์ทางเลือกจากเมืองนิวลอนดอน รัฐมินิโซดาได้ให้คำแนะนำว่า การเลือกรับประทานผัก, พืชตระกูลถั่ว และผลไม้ในแบบที่หลากหลาย จะช่วยลดปัญหาการอักเสบในส่วนต่างๆ ของร่างกาย, ปรับระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้จุลินทรีย์ชนิดดีในร่างกายมีคุณภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย

ขยับร่างกาย สุขภาพแข็งแรง

    แน่นอนว่าการเดินเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายดายมาก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นายแพทย์ซอลท์ได้แนะนำว่า เวลาที่คุณป่วยไร้เรี่ยวแรงและการออกกำลังกายทำให้คุณรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม จงลอง “ การออกกำลังกายแบบไม่เหนื่อย ” ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เมื่อการเดิน 1 ชั่วโมงทำให้คุณรู้สึกรู้สึกแย่ แต่การเดินเพียง 40 นาทีนั้นไม่ส่งผลแล้วล่ะก็ คุณสามารถลดการเดินเหลือเพียง 40 นาทีก็ได้ การออกกำลังกายโดยไม่เกินขอบเขตที่ทำให้คุณเหนื่อยจนเกินไปจะไม่ทำให้คุณรู้สึกแย่กับการออกกำลังกาย

เลือกรับประทานเฉพาะอาหารเสริมที่มีคุณภาพ

    นายแพทย์บิชอปกล่าวว่า การเลือกรับประทานอาหารไม่แปรรูปนั้นเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งของศาสตร์การรักษาแบบมุ่งเน้นการแก้ปัญหาจากต้นตอ แต่ทว่าคุณภาพของดินที่ปลูกทุกวันนี้ทำให้ผักและผลไม้ต่างๆ มีสารอาหารและแร่ธาตุน้อยลงกว่าที่มันเคยเป็น อีกทั้งคนส่วนใหญ่นั้น มักเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ค่อยมีสารอาหารสักเท่าไหร่ มีข้อมูลว่าประชากรราวๆ 30 – 90 เปอร์เซ็นต์ของสหรัฐอเมริกาต้องพบกับปัญหาขาดสารอาหาร ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารเสริมจำพวกวิตามินรวม, เกลือแร่, วิตามินดี และน้ำมันตับปลา หรือโอเมก้าสามนั้น น่าจะเป็นทางออกที่ดีต่อภาวะขาดสารอาหารได้

จงดูแลส่งเสริมสุขภาพตัวเองจากสิ่งที่คุณมี

    แม้ว่าคุณจะได้รับโรคเรื้อรังต่างๆ สืบทอดมาจากครอบครัวของคุณ จงรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้เป็นนักโทษของสายพันธุกรรมของคุณแต่อย่างใด สิ่งสำคัญคือสิ่งแวดล้อมและการเลือกใช้ชีวิตต่างหากที่จะส่งผลกับคุณอย่างแท้จริง แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา เดวิด เพิร์ลมัทเทอร์ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า คนทั่วไปควรจะเรียนรู้และใจว่าวิถีชีวิตของพวกเขานั้นส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคเรื้อรังมากกว่าการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมากมายนัก

จงระมัดระวังสารพิษรอบตัวคุณ

    “ ผู้คนทั่วไปมักไม่ทันสังเกตการปนเปื้อนสารพิษในชีวิตประจำวันรอบตัวเรา จนมันอาจคลืบคลานสู่บ้านของคุณแล้วอย่างเงียบๆ ” มาร์กาเร็ต คริสเตนเซ่น สูตินรีแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาแบบผสมผสานแห่งเมืองดาลัส รัฐเท็กซัสได้แสดงวามคิดเห็นต่อเรื่องสารพิษต่างๆ ไว้ รวมถึงได้ให้คำแนะนำไว้ว่าจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสาร หยุดใช้ยาฆ่าแมลงหรือยากำจัดวัชพืชในสวนหน้าบ้านคุณเสีย แต่จงหันมาลองใช้สีปลอดสารทาผนังบ้าน ไม่ใช้กระทะเทฟล่อนหรือกระทะที่ป้องกันอาหารติดกระทะ หลีกเลี่ยงการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอุ่นอาหารด้วยเรื่องไมโครเวฟ ไม่ใส่อาหารในภาชนะพลาสติก หรือห่ออาหารด้วยพลาสติกใสเช่นกัน  

อย่าเผลอใช้ยาปฏิชีวนะจนเคยตัว

    แน่นอนว่ายาปฏิชีวนะนั้นมีประโยชน์มหาศาลในการักษาอาการติดเชื้อ และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากมาย ทว่าตัวมันเองก็มีประสิทธิภาพในการทำลายจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกายเช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมแจ้งแพทย์ของคุณว่าคุณต้องการได้รับยาที่ไม่มีฤทธิ์แรงมาก นายแพทย์ เพิร์ลมัทเทอร์ได้แนะนำว่า หากคุณจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ควรแจ้งแก่แพทย์ทุกครั้งว่าคุณต้องการยาปฏิชีวนะแบบครอบลุมทั้งเชื้อแกรมบวกและแกรมลบ ที่สำคัญคือคุณต้องไม่ลืมรับประทานโปรไบโอติกที่มีประสิทธิภาพขณะที่ใช้ยาปฏิชีวนะ(จำนวนเชื้อมีชีวิตควรอยู่ที่ปริมาณห้าสิบล้านตัวขึ้นไป) และควรจะรับประทานโปรไบโอติกต่อไปอีกสัก 1 สัปดาห์หลังหยุดใช้ยาปฏิชีวนะไปแล้ว มันจะช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกายคุณเป็นอย่างดี

อย่ารีบร้อนกับทุกวิถีทาง

    คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาโรคเรื้อรังนั้นมักกระหายและรีบร้อนที่จะมีอาการดีวันดีคืน แต่ต้องไม่ลืมว่าแม้แต่ปาฏิหาริย์เองก็ต้องการเวลาในการทำงานของมันเช่นกัน นายแพทย์บิชอปออกความคิดเห็นไว้ว่า “คุณไม่สามารทำทุกสิ่งทำอย่างและประสบความสำเร็จทั้งหมดได้ในคราวเดียวกัน ผมมักจะต้องให้ผู้ป่วยจินตนาการความก้าวหน้าในการรักษาในแบบวงเกลียวที่ค่อยๆหมุนคลายลงช้าๆ เหมือนการรักษาทุกวิธีที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นช้าๆ แบบเป็นลำดับขั้นตอน และเมื่อผู้ป่วยตัดสินใจเข้าร่วมการรักษากับแพทย์แบบรักษาที่ปัญหาต้นตอ พวกเขาต่างก็ต้องใช้ระยะเวลาสักพักใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงอาการให้ดีขึ้นเช่นกัน


ขอบคุณข้อมูลนิตยสาร Life Experience

ขอบคุณผู้แปล คุณอารีรักษ์ ฤดีสถิต

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s