0

Ruby Grapefruit

ถึงแม้ว่าเป็นผลไม้กลุ่มที่มีรสเปรี้ยวมาก แต่รับรองว่ามีประโยชน์สูงคุ้มค่า

grapefruit

Ruby Grapefruit

บทความ โดย Sarah Lakos

ถึงแม้ว่าเกรปฟรุตจะมีรสเปรี้ยวจัดมากกว่าผลไม้จำพวกส้ม (Citrus fruits ) อื่นๆเล็กน้อย เกรปฟรุตสีทับทิมถือว่าเป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์ทางสารอาหารสูงมาก และเป็นแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระ มีปริมาณวิตามินซีสูง มีสารไลโคปีน (Lycopene) และ สารไลโมนอยด์ (Limonoid) ซึ่งล้วนเป็นตัวต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

วิตามินซีได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีคุณสมบัติช่วยชะลอวัย ช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลาย และเสริมสร้างเซลล์ขึ้นใหม่

สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานเป็นอาหารเช้า สารไฟเบอร์ชนิคเพคติน (pectin) ในเกรปฟรุตจะช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลได้ ทำให้ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดสมอง

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาหนึ่งของประเทศแคนาดาพบว่า น้ำเกรปฟรุตจะลดการดูดซึมของยาบางชนิด อาจจะต้องมีการระมัดระวังด้วย
ทำไมเกรปฟรุตถึงดี

  • สารอาหารสีแดงจากธรรมชาติ จะมีสารไลโคปีน ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
  • มีวิตามินซีสูงช่วยในการสร้างคอลลาเจน
  • มีสารไฟเบอร์เพคติน ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ได้

เมนูแนะนำ

1. ขนมเมอแรงโรยหน้าเนื้อมะพร้าว คู่กับโยเกิร์ต และ เกรปฟรุ้ตสีทับทิมสไลด์

2. น้ำผลไม้ปั่น ประกอบด้วย เกรปฟรุต 1 ผล แครอท 2 หัว และ มินท์ เป็นการช่วยดีทอกซ์

3. สลัดผักใส่อโวคาโด กุ้ง และ เกรปฟรุต
P 44 Dr. Ice  = News Letter = Eat it now, Ruby Grapefruit

แปลโดย แพทย์หญิง นพนฤภร โรงสะอาด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention

0

6 Everyday ways to proect your heart

แนวทาง 6 อย่าที่ช่วยปกป้องหัวใจคุณในทุกๆวัน

“รถติดมั้ย” เป็นคำถามที่หมอเราใช้ถามคนไข้เป็นประจำเวลามาที่คลินิก นี่ไม่ใช่การชวนคุยเล่นๆ คุณรู้มั้ยว่า ภาวะรถติดสามารถเพิ่มความดันโลหิตและเพิ่มอัตราเสี่ยงหัวใจวายเป็น 3 เท่า ถ้าคนไข้คนไหนที่เพิ่งผ่านภาวะรถติดมา เมื่อวัดความดันโลหิตแล้วสูง ควรจะให้คนไข้นั่งพักสักครู่ แล้วค่อยวัดซ้ำ การเกิดภาวะหัวใจวายสูงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจในปัจจุบัน ถ้ามีทางใดที่คุณจะลดความเสี่ยงที่จะกระตุ้นได้ ก็เป็นการดีที่คุณจะเริ่มตั้งแต่ทำสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้

 

1. คุณเคยรู้สึกมั้ยว่ามันดีแค่ไหน เวลาที่ตอนเช้าเราไม่ต้องเร่งรีบ

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก ม. Harvard พบว่าการใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบในตอนเช้า เพิ่มอัตราการเกิดหัวใจวาย
40 % นั่นเพราะว่าเมื่อคุณตื่น สารอะดรีนาลีนและฮอร์โมนความเครียด จะเพิ่มขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และร่างกายของคุณก็มีความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น ในขณะที่เลือดคุณจะมีความหนืดเพิ่มขึ้นจากภาวะขาดน้ำ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อที่จะสูบฉีดเลือด
คำแนะนำ
เมื่อคุณตื่น คุณต้องลุกจากที่นอนอย่างช้าๆ ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายตอนเช้า คุณก็ควรใช้เวลาวอร์มอัพ ก่อนนานๆ เพื่อที่หัวใจคุณจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป โดยเฉพาะถ้าคุณรับประทานยาลดอัตราการเต้นหัวใจ ชนิด beta blocker ก่อนนอนด้วยแล้วล่ะก็ ยาตัวนี้จะออกฤทธิ์เต็มที่พอดีตอนเช้า คุณยิ่งไม่ควรจะทำอะไรเร็วในตอนเช้า เพราะมันจะเป็นงานหนักต่อหัวใจคุณอย่างมาก

2.เฉพาะเช้าวันจันทร์ จริงๆแล้ววันจันทร์อาจเป็นวันเเย่ๆ สำหรับหลายคน

เพราะมักเป็นวันแรกของการทำงานของคนส่วนใหญ่ พบว่า คนหัวใจวาย 20% ในวันจันทร์ อาจเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่เครียดและกังวลกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า
คำแนะนำ

พยายามผ่อนคลายตัวเองในวันอาทิตย์ วันจันทร์ให้พยายามตื่นแต่เช้า อย่างไรก็ตามถึงเราจะนอนเยอะมากในวันหยุด แต่ก็พบว่าความดันโลหิตยังสูงอยู่ได้ในวันรุ่งขึ้น เพราะร่างกายยังคงรู้สึกอ่อนล้าอยู่ และรู้สึกว่าการนอนเยอะๆ เพื่อชดเชยทั้งวันหยุดนั้นไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นการรักษาระดับการนอนให้คงที่สม่ำเสมอตลอดทั้งสัปดาห์ จึงเป็นการดีกว่า  พลังงานในร่างกายของเรามักจะตอบสนองต่ออะไรที่ทำอย่างสม่ำเสมอมากกว่า

3.หลีกเลี่ยงการรับประทานบุฟเฟ่ต์

ควรทานอาหาร 1-2 อย่าง แทนที่จะรับประทานทุกอย่างจนหมด เพราะพลังงานทุกๆ กิโลจูลที่รับประทานเพิ่มเข้ามากจะกระตุ้นให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น มีการศึกษาพบว่า อาหารที่ไขมันสูงหรือมีคาร์โบไฮเดรตสูง จะทำให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้เส้นเลือดอุดตันได้ง่าย
คำแนะนำ

ครั้งหน้าเวลาคุณไปรับประทานอาหารค่ำ ควรเลือกปริมาณอาหารอย่างมีเหตุผล นอกจากนี้พบว่า การทานแอสไพรินวันละ 1 เม็ด ช่วยป้องกันการแข็งตัวของลิ่มเลือดได้ แต่อย่างไรก็ตามปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุด

4. ดื่มน้ำบ่อยๆ

ไม่น่าเชื่อว่า กระเพาะและลำไส้ของเราจะมีผลต่อหัวใจโดยตรง การย่อยที่ผิดปกติ ทำให้ความดันในช่องอกสูงขึ้น ทำให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจลดลง
คำแนะนำ

เราควรจะดื่มน้ำมากๆ ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต น้ำที่ดิ่มก็ควรจะประมาณ 8 แก้วต่อวัน ในขณะเดียวกัน ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช

5.เดินก่อนวิ่ง

ไม่มีใครปฏิเสธว่าการท้าทายร่างกายให้ทำในสิ่งที่ยากขึ้นนั้นไม่ดี แต่สำหรับ “หัวใจ” แล้วไม่ใช่  คุณไม่ควรท้าทายให้หัวใจทำงานหนักมากเกินไป เหตุผลก็คือ เมื่อคุณออกกำลังกายหนักขึ้น หัวใจคุณก็ทำงานหนักขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีโรคหัวใจมาก่อน)  มันจะกระตุ้นฮอร์โมนความเครียดให้หลั่งออกมา ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเร็วขึ้น และหัวใจวายได้
คำแนะนำ

หัวใจของคุณชอบการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ การเพิ่มความหนักต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายเริ่มปรับความเคยชิน เช่น คุณควรเริ่มจอกกิ้งสม่ำเสมอก่อนที่คุณจะเริ่มไปวิ่ง มาราธอน 10 กม.

6.สิ่งสุดท้าย เตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับการขึ้นเวที

สิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวใจเวลาขึ้นพูดในที่สาธารณะก็เหมือนกับการออกกำลังกายรูปแบบที่ไม่คุ้นเคย มันจะมีความรู้สึกตื่นเต้นกังวลเล็กน้อย มีเหงื่อแตกได้บ้าง นั่นถือว่าปกติ แต่นี่แหละเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ อัตราการเต้นหัวใจก็จะเร็วขึ้น การหลั่งอะดรีนาลินเพิ่มขึ้น
คำแนะนำ

เพื่อที่จะเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ บางคนใช้ยาลดการเต้นหัวใจ beta blocker  ก่อนทำสิ่งที่เค้าคิดว่ามันจะทำให้เค้ากังวลและเครียด  มีวิธีอื่นอีก คือ พยายามมองไปข้างหน้าว่าสิ่งที่คุณจะพูดมันต้องออกมาดี การให้กำลังใจตัวเองก็ถือเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพมาก

แปลโดย แพทย์หญิง ณัฐณิชา การลพ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention

 

0

3 Natural ways of Fighting with Hot Flush

P-25-Dr.Nat-=-3-All-Natural-Hot-Flush-Fighters-FW.jpg

จริงๆแล้วเมื่อมาถึงช่วงชีวิตกลางคน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ดีมาก เราได้รู้จริงๆว่าทั้งชีวิตที่ผ่านมาเราเกิดมาเพื่ออะไร ได้เห็นลูกๆเติบโตขึ้น ทุกสิ่งในชีวิตเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้คาดคิดไว้ นั่นก็คือ ผู้หญิงหลายคน ต้องลำบากกับการต่อสู้กับอาการแย่ๆ ต่างๆที่เกี่ยวกับภาวะวัยทอง Dr. Tasneem Bhatia  ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ผสมผสาน กล่าวว่า มีงานวิจัยที่ยืนยันว่า ผู้หญิงบางกลุ่มต้องทนภาวะร้อนวูบวาบไปถึง 10 ปี จริงๆแล้วมีการแก้ปัญหาด้วยวิธีทางธรรมชาติมากมาก Dr Bhatia กล่าวไว้ 3 วิธี

อาหาร

อาหารกับฮอร์โมนมีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน สารคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และอาหารเผ็ดร้อนจะกระตุ้นให้เกิดภาวะร้อนวูบวาบในวัยทอง เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดร้อนและจำกัดคาเฟอีนเหลือ 200 มก. ต่อวัน (หรือดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน) และดื่มแอลกอฮอลล์แค่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์

อาหารเสริม

อาหารเสริมบางชนิด ช่วยรักษาสมดุลไม่ให้ฮอร์โมนเกิดการแกว่งขึ้นลง จึงช่วยลดอาการที่เหวี่ยงในภาวะวัยทองได้

เช่น Black cohosh ขนาด 80 มก. รับประทานวันละ 2ครั้ง   Rhubarb root เป็นสารสกัด รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง  Evening primrose oil สามารถลดอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกตอนกลางคืน รับประทาน 500-1000 มก.ต่อวัน

MACA

คนไทยเรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า รากมะค่า ในต่างประเทศนิยมใช้เป็นแบบผง ผสมในซีเรียลหรือสมูทตี้ อุดมไปด้วย วิตามินบี โปตัสเซียม แคลเซียม ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย  รากมะค่าเป็นที่รู้จักว่าเพิ่มสมรรถภาพและอารมณ์ทางเพศ เป็นที่รู้จักกันดีว่าผู้หญิงวัยทองจะไม่ปฏิเสธพืชชนิดนี้แน่นอน

แปลโดย แพทย์หญิง ณัฐณิชา การลพ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention