0

ถอดรหัสผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

44 Dr. Dew = Nutrient =3 Tricky Health Claims

ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเติมวิตามินต่างๆ การเติมกรดไขมันโอเมก้า-3 หรือการเติมสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ จากงานวิจัยต่างๆ เราได้เลือกสิ่งที่พบได้บ่อยที่สุดมาวิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริงเพื่อที่ทำให้เราเลือกซื้อได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

อาหารอบ VS อาหารทอด

อาจจะดูเหมือนว่าอาหารอบต่างๆ จะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ชอบทานขนมต่างๆ ซึ่งอาหารอบมักจะอ้างถึงว่ามีไขมันที่น้อยกว่าอาหารทอด แต่จะต้องดูเพิ่มด้วยว่าผู้ผลิตได้มีการเติมน้ำตาล เกลือ หรือสารปรุงแต่งรสต่างๆ เพิ่มเข้าไปอีกหรือไม่ ฉะนั้นจึงควรเปรียบเทียบอาหารอบต่างๆ แล้วดูว่าอันไหนมีการเติมอะไรแทนที่ไขมันด้วยทุกครั้ง

อาหารที่เติมสารต้านอนุมูลอิสระ VS อาหารที่สดใหม่

สารต้านอนุมูลอิสระได้มีการถูกพูดถึงมากในปัจจุบันที่มีความสามารถในการป้องกันเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ พบได้ในทุกอย่างตั้งแต่ซีเรียลไปจนถึงน้ำผลไม้ ซึ่งความเป็นเป็นจริงแล้วถ้าเราทานผลไม้ 2 ส่วน ผัก 5 ส่วน และถั่ว 30 กรัมทุกวันก็เป็นการเติมสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายจากธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องทานอาหารที่มีการเติมสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเข้าไปเลย แต่ถ้าเลือกที่จะทานอาหารกลุ่มนี้ก็ให้เลือกซื้ออันที่ผลิตมาจากพืชมากกว่าที่ผลิตมาจากสารสังเคราะห์จะดีกว่า

อาหารออร์แกนิก VS อาหารทั่วไป

แม้ว่าอาหารออร์แกนิกจะปราศจากยาฆ่าแมลงและสารที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารออร์แกนิกจะมีคุณค่าทางอาหารที่มากกว่าหรือดีต่อสุขภาพมากกว่าอาหารปกติทั่วไป (ขนมปังกรอบออร์แกนิกยังไงก็ยังเป็นขนมปังกรอบอยู่ดี) เวลาเลือกซื้ออาหารออร์แกนิกจึงต้องดูว่าผลิตมาจากที่ไหนและดูว่าได้รับการรับรองจากองค์กรที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยหรือไม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Magazine Prevention Australia February March 2015
แปลโดยหมอดิว นายแพทย์ดนัย ธรรมาภิบาล

		
Advertisements
0

สร้างกล้ามเนื้อ ด้วยถั่ว

nut

ไม่น่าเชื่อว่าถั่วจะสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ เมื่อนึกถึงการสร้างกล้ามเนื้อ ถั่วคงจะเป็นอาหารอย่างสุดท้ายที่นึกถึง

แต่เรามาดูกันว่า ‘ถั่ว’ ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อได้อย่างไร

ถั่วที่จะกล่าวถึง คือ ถั่วลันเตา หรือ Pea Protein นั่นเอง การสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ต้องได้รับสารอาหารที่มีโปรตีนสูง และถั่วลันเตา เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงมาก มีโปรตีนหลักๆที่เป็นตัวช่วยสร้างกล้ามเนื้อ คือ กรดอะมิโน BCAA (Branched Chain Amino Acids) เป็นกลุ่มของกรดอะมิโนที่มีส่วนสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก ประกอบไปด้วย วาลีน (valine), ไอโซลิวซีน (isoleucine) และ ลิวซีน (leucine) ทำไมกรดอะมิโน BCAA จึงมีความสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อ นั่นก็เป็นเพราะว่า กรดอะมิโนประเภทนี้มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการเหนื่อยล้าระหว่างการออกกำลังกาย ทำให้ออกกำลังกายของเราดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ทั้งยังช่วยในกระบวนการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดในระหว่างที่เราออกกำลังกายด้วย กรดอะมิโนกลุ่มนี้ นอกจากพบในถั่วลันเตาแล้ว ยังสามารถพบในนม หรือ เวย์ โปรตีน และไข่ด้วย แต่สำหรับผู้ที่แพ้นมแพ้ไข่ ก็สามารถเลือกใช้โปรตีนถั่วแทนได้ เพราะทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยมาก นอกจากนี้ ถั่วลันเตา ยังพบกรดอะมิโนตัวอื่นอีก คือ อาร์จินีน(Arginine) กรดอะมิโนตัวนี้ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่า ไลซีน(Lysine) ที่ช่วยการดูดซึมและลดการขับออกของแคลเซียมในร่างกาย จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงต่อกระดูกและฟัน

เมื่อเทียบสารอาหารในถั่วลันเตา พบว่า ถั่วลันเตามีโปรตีน10 กรัม และคาร์โบไฮเดรต 28 กรัม แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์Pea protein ชนิดผงจะให้โปรตีนสูงถึง 28 กรัมและให้คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ซึ่งมากกว่าเนื้ออกไก่ในปริมาณที่เท่ากัน

สำหรับการเลือกรับประทานโปรตีน ควรเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายเราด้วย เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับบางคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ก็จะมีความต้องการกรดอะมิโน BCAA มากกว่า

สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย การรับประทานโปรตีนถั่วลันเตาชนิดผง ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ผสมเข้ากับเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ เช่น น้ำผลไม้ สมูทตี้ น้ำปั่น หรือแม้แต่น้ำเปล่า หรืออาหารจานโปรดได้ตามความต้องการ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Shape โดย

0

สาระน่ารู้เรื่องการกินเจ

ปัจจุบันนี้ คนไทยให้ความสนใจเทศกาลกินเจและหันมารับประทานอาหารเจกันมากขึ้น ทำให้การกินเจได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกปี จนกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ของคนรักสุขภาพไปซะแล้ว เพราะเชื่อว่า การกินเจ ที่มีหลักสำคัญคือการละเว้นเนื้อสัตว์นั้น ทำให้ได้ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพด้วย เช่น ช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้หยุดพักจากการทำงานหนักๆโดยการย่อยเนื้อสัตว์ หรือช่วยล้างพิษให้กับร่างกายโดยได้ประโยชน์จากไฟเบอร์ที่มาจากการทานผักผลไม้หลากหลายชนิด และยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เราต้องรู้จักเลือกเมนูให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน จึงอยากจะฝากสาระความรู้ดีๆเกี่ยวกับการกินเจให้ได้ทราบกัน

  • ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเน้นทานผักและธัญพืช แต่ก็มีแป้งด้วย ซึ่งแป้งที่นิยมนำมาประกอบอาหารเจ คือ หมี่กึง ที่ทำมาจากแป้งสาลี โดยนำมาทำให้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายเนื้อสัตว์ เพราะฉะนั้น คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือผู้ป่วยเบาหวาน จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงเมนูที่ทำมาจากแป้ง
  • อาหารผัด ทอด ใช้น้ำมัน และใส่น้ำตาลในปริมาณสูง ควรเปลี่ยนเป็นอาหารที่ทำโดยการต้ม ตุ๋น นึ่งแทนจะดีกว่า
  • สำหรับคนที่แพ้โปรตีนจากข้าวสาลี(กลูเตน) ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำมาจากแป้งสาลีด้วยเช่นกัน
  • ผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทดแทนเนื้อสัตว์ คือ โปรตีนเกษตร ซึ่งถูกทำออกมาได้ใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริงมากๆ และมีรูปร่าง กลิ่น หรือสัมผัสที่ถือว่าดีรับประทานง่าย ”โปรตีนเกษตร” นั้นส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ที่สกัดเอาไขมันออก นอกจากนี้ถั่วเหลืองถูกนำมาใช้ประกอบอาหารในรูปของผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ได้แก่ เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ เต้าเจี้ยว โดยใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเต้าหู้มากที่สุด และสามารถนำมาใช้ทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบที่น่าอร่อยชวนรับประทาน
  • สิ่งที่ต้องพึงระวัง คือ โปรตีนเกษตรหรือเนื้อเทียม ซึ่งทำมาจากแป้งถั่วเหลืองนั้น อาจเป็นแป้งถั่วเหลืองที่เป็นจีเอ็มโอ (GMO การตัดต่อพันธุกรรม) และยังมีการเติมสี เติมกลิ่น เติ่มสารชูรส เพื่อให้เหมือนกับเนื้อสัตว์ให้มากที่สุด ซึ่งอาจยังไม่ปลอดภัยสำหรับผู้รักสุขภาพ
  • มีข้อสงสัยเกี่ยวกับถั่วเหลืองว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหรือไม่ จากการศึกษาพบว่า ถั่วเหลืองมี

สารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกในผู้หญิงได้ แต่ก็ยังไม่มีผลการยืนยันหรือมีข้อสรุปที่ออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงควรรับประทานถั่วเหลืองในปริมาณที่เหมาะสม

  • ควรหลีกเลี่ยงถั่วที่เก่าเก็บ เก็บรักษาที่ไม่ดี หรืออาหารจำพวกเต้าหู้หรือเต้าเจี้ยวที่มีกรรมวิธีการทำที่ไม่ดี ไม่สะอาด เพราะอาจมีการปนเปื้อนของสารอะฟลาทอกซิน (aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งตับได้
  • โปรตีนจากพืช แม้มีคุณค่าแต่ไม่ครบถ้วน เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงจำเป็นต้องรับประทานจากอาหารหลายแหล่ง พืชผักส่วนใหญ่มีโปรตีนน้อย ในบรรดาพืชผักด้วยกัน พืชตระกูลถั่วจัดว่าให้โปรตีนมากที่สุด ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ
  • ถั่วอีกหนึ่งชนิดที่อยากแนะนำ คือ ถั่วลันเตา ซึ่งการศีกษาพบว่า ถั่วลันเตาเป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก สูงกว่าถั่วชนิดอื่นๆ ทั้งหมด ประกอบด้วยกรดอะมิโนหลากหลายชนิด ซึ่งคล้ายคลึงกับที่พบในเนื้อสัตว์ สามารถรับประทานแทนเนื้อสัตว์ได้ในช่วงเทศกาลกินเจเช่นนี้ แต่อาจจะมีข้อจำกัดในการนำมาปรุงเป็นอาหารได้น้อยชนิดและยังไม่เป็นที่นิยมนำมาทำเป็นโปรตีนเกษตรแทนถั่วเหลือง
  • ในปัจจุบันมีการนำถั่วลันเตามาผลิตเป็นผงสำหรับชงดื่ม หรือเติมในอาหาร สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องจีเอ็มโอ หรือการเกิดมะเร็ง ดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ถั่วลันเตา จึงเป็นอาหารอีกหนึ่งทางเลือกที่อยากแนะนำ
  • ถั่วลันเตาผงยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น ช่วยการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่จำกัดปริมาณการรับประทานแป้งต่อวันได้ดี และยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน
  • ถั่วลันเตาผงช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะมีกรดอะมิโนตัวสำคัญช่วยกระบวนสังเคราะห์โปรตีน กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ลดอาการเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย และทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น
  • ถั่วลันเตาผงเหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถทานโปรตีนจากข้าวสาลี(กลูเตน)ได้
  • สำหรับผู้ที่มีปัญหาระบบการย่อยอาหาร ถั่วลันเตาผงสามารถย่อยและดูดซึมได้ง่าย จึงไม่ทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือมีแก๊สในท้อง

การรับประทานอาหารที่ดี ควรเลือกรับประทานให้หลากหลาย ปริมาณที่พอดี และไม่หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัดหรือเผ็ดจัดจนเกินไป อาหารแต่ละอย่างนอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังมีโทษด้วยหากทานอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้นก่อนที่จะรับประทานอาหารชนิดใด ควรจะศึกษาให้ดี เหมาะสมกับเราหรือไม่ เพราะอาจทำให้เป็นสาเหตุในการเกิดโรคต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ มะเร็ง ตับ ไต ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคของเราทั้งนั้น ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยกับประโยคเด็ดที่บอกว่า You Are What You Eat